Faq

[softease_banner banner_style=”classic” subtitle=”Here are answers to most frequently asked questions.” link=”|||” full_height=”enable” title_font_size=”72″ image_banner=”61″ title=”Frequently asked questions” image=”61″]
[softease_text_block style_title_block=”underline” title_tag=”h3″ title_align=”left” text_align=”left” title=”ร้านอาหารที่มีระบบขายหน้าร้านอยู่แล้วสามารถใช้ iOrder ได้หรือไม่?”]iOrder สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบขายหน้าร้าน (POS) ของร้านอาหารเดิมที่มีอยู่ได้  2  กรณี กรณีแรกเมื่อระบบเดิมอนุญาต กรณีที่สอง เมื่อระบบเดิมไม่อนุญาต ร้านอาหารสามารถใช้ iOrder เฉพาะเมนูอิเล็กทรอนิกส์ และการสั่งอาหารจากสมาร์ทโฟนได้เท่านั้น[/softease_text_block]
[softease_text_block style_title_block=”underline” title_tag=”h3″ title_align=”left” text_align=”left” title=”กังวลว่าพนักงานที่ร้านจะใช้ระบบไม่เป็น ไม่คุ้นเคย?”]ระบบได้ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รวมทั้งความรวดเร็วในการใช้งาน จากผลการทดสอบการใช้งานในภาคสนามพนักงานเสิร์ฟและพนักงานในครัวสามารถเรียนรู้ในการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว[/softease_text_block]
[softease_text_block style_title_block=”underline” title_tag=”h3″ title_align=”left” text_align=”left” title=”ร้านอาหารสามารถใช้สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตยี่ห้อใดได้บ้าง?”]iOrder รองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้งสมาร์ทโฟนสำหรับสั่งอาหารและแท็บเล็ตสำหรับใช้ในห้องครัวและแคชเชียร์ ร้านอาหารสามารถเลือกใช้งานยี่ห้อใดก็ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งควรมีราคาตั้งแต่ 5 – 6 พันบาทขึ้นไป อย่างไรก็ตาม เพื่อการแสดงผลที่ดีที่สุด ระบบได้ถูกออกแบบให้ใช้กับสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว และแท็บเล็ตขนาด 8 นิ้ว[/softease_text_block]
[softease_text_block style_title_block=”underline” title_tag=”h3″ title_align=”left” text_align=”left” title=”ปัญหาการใช้งานระบบออนไลน์?”]ร้านอาหารที่ต้องการให้ระบบ iOrder สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา อาจจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจาก Sim โทรศัพท์มือถือ หรืออีกทางหนึ่ง เปิดใช้งานฟังก์ชัน Offline mode เพื่อแก้ปัญหาในกรณีอินเทอร์เน็ทช้า หรือไม่สามารถเชื่อมต่อได้ในบางช่วงเวลา (ตั้งแต่เวอร์ชัน 4.0.0 เป็้นต้นไป)[/softease_text_block]
[softease_text_block style_title_block=”underline” title_tag=”h3″ title_align=”left” text_align=”left” title=”ใช้ iOrder แล้วจำเป็นต้องใช้โปรแกรมขายหน้าร้านอื่น หรือไม่?”]ฟังก์ชันการทำงานของระบบ ครอบคลุมระบบขายหน้าร้าน ร้านอาหารไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม POS อื่นเพิ่มเติม คุณสมบัติที่โดดเด่นของ iOrder คือการสั่งอาหารผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับพนักงานเสิร์ฟและครัว รวมทั้ง Smart Menu ที่เชื่อมต่อกับระบบการจองโต๊ะอาหาร (Booking/ Pre-order) นอกจากนี้ ส่วนจัดการของแอพร้านอาหารบนแท็บเล็ต ยังมีความยืดหยุ่น โดยสามารถแยกการทำงานออกเป็นหลายสเตชั่น อาทิเช่น บาร์น้ำ ครัว แผนกอาหาร เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เป็นต้น[/softease_text_block]
[softease_text_block style_title_block=”underline” title_tag=”h3″ title_align=”left” text_align=”left” title=”iOrder แตกต่างจากระบบสั่งอาหารออนไลน์อื่น ๆ อย่างไร?”]ระบบได้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด การจัดการโซ่อุปทานอัจฉริยะ โดยมีความแตกต่างจากระบบสั่งอาหารออนไลน์อื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น Mobile Ordering ที่ลูกค้าหลายคนในโต้ะเดียวกันสามารถสั่งอาหารได้เองพร้อม ๆ กัน และ Kitchen Conductor ช่วยในการจัดลำดับงานภายในครัว รวมทั้งระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับเติมเต็มวัตถุดิบคงคลังที่เหมาะสม เป็นต้น[/softease_text_block]
[softease_text_block style_title_block=”underline” title_tag=”h3″ title_align=”left” text_align=”left” title=”ข้อมูลจะสูญหายหรือไม่ เมื่ออินเตอร์เน็ทหลุด?”]ระบบถูกออกแบบให้พักข้อมูลระหว่างการใช้งานไว้ในหน่วยความจำแคชและฐานข้อมูลขนาดเล็กภายในเครื่อง เมื่อสัญญาณอินเตอร์เน็ทหลุดหรือล่ม ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการใช้งานจะไม่สูญหาย แต่จะไม่สามารถรับรายการอาหารใหม่ได้ และกลับมาใช้งานโดยอัตโนมัติ เมื่อเชื่อมต่อสัญญาณได้ ข้อมูลการใช้งานจะถูกจัดเก็บไว้ที่ระบบคลาวด์ของ Microsoft Azure[/softease_text_block]
[softease_text_block style_title_block=”underline” title_tag=”h3″ title_align=”left” text_align=”left” title=”สนใจทดลองใช้ระบบ จะต้องทำอย่างไร?”]กรุณาติดต่อทีมพัฒนา สำหรับการนัดหมายเพื่อนำเสนอการใช้งานระบบ โทร. 0-3810-2700 ต่อ 415 หรือไลน์ไอดี @iOrder[/softease_text_block]